วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

โปรเเกรม Python



โปรเเกรม Python

   Python   คือชื่อภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมภาษาหนึ่ง ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาโดยไม่ยึดติดกับแพลตฟอร์ม กล่าวคือสามารถรันภาษา Python ได้ทั้งบนระบบ Unix, Linux , Windows NT, Windows 2000, Windows XP หรือแม้แต่ระบบ FreeBSD อีกอย่างหนึ่งภาษาตัว นี้เป็น OpenSource เหมือนอย่าง PHP ทำให้ทุกคนสามารถที่จะนำ Python มาพัฒนาโปรแกรมของเราได้ฟรีๆโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และความเป็น Open Source ทำให้มีคนเข้ามาช่วยกันพัฒนาให้ Python มีความสามารถสูงขึ้น และใช้งานได้ครบคุมกับทุกลักษณะงาน




         Python interpreters หรือ ตัวแปลคำสั่ง สามารถรองรับได้หลากหลาย OS ซึ่งหมายถึงยอมให้สามารถ รัน python code ได้หลายระบบในปัจจุบัน อีกทั้งเป็น Software open source และมี community-base สำหรับ developer มาหมาย ซึ่งบริหารจัดการภายใต้องค์กร Python Software Foundation




     โค้ดของ Python ถูกสร้างขึ้นมาจากภาษาซี การประมวลผลจะทำในแบบอินเทอร์พรีเตอร์ คือจะประมวลผลไปทีละบรรทัดและปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับ Python เวอร์ชันแรกคือ  เวอร์ชัน 0.9.0 ออกมาเมื่อปี 2533 และเวอร์ชันปัจจุบันคือ 3.5
    คุณลักษณะเด่นของภาษา Python
    1.สนับสนุนแนวแบบคิดออปเจกต์โอเรียนเทด หรือ OOP (Object Oriented Programming)
    2.เป็น Open Source
    3.โค้ดที่เขียนด้วย Python สามารถนำไปรันบนระบบปฏิบัติการได้หลากหลาย
    4.สนับสนุนเทคโนโลยี COM ของ Ms-windows
    5.Python รวมมาตรฐานการอินเตอร์เฟส Tkinter ซึ่งสนับสนุนบนระบบ X windows, Ms-windows และ Macintosh การใช้คำสั่ง Tkinter API ช่วยให้โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องแก้ไขโค้ดเมื่อนำไปรันบนระบบปฏิบัติการอื่นๆ
    6.เป็น Dynamic typing คือ สามารถเปลี่ยนชนิดข้อมูลได้ง่ายและสะดวก
    7. มี Buil-in Object Types คือ โครงสร้างของข้อมูลที่สามารถใช้ได้ใน Python ประกอบด้วย ลิสต์, ดิกชันนารี, สตริง ที่ง่ายต่อการใช้งานและมีประสิทธิภาพสูง
    8.มีเครื่องมือต่างๆ มากมาย เช่น การประมวลผลเท็กซ์ไฟล์ การเรียงข้อมูล การเชื่อต่อสตริง การตรวจสอบเงื่อนไขของข้อความ การแทนคำ เป็นต้น
    9.มีมอดูลสำหรับจัดการ Regular Expresion
    10.มีมอดูลที่สร้างขึ้นจากนักพัฒนาสนับสนุนมากมาย ได้แก่ COM, Image, CORBA, ORBs, XML เป็นต้น
    11.จัดการหน่วยความจำอย่างอัตโนมัติ สามารถจักการพื้นที่หน่วยความจำที่ไม่ต่อเนื่องให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    12.อนุญาตให้ฝังชุดคำสั่งของ Python เอาไว้ภายในโค๊ดภาษา C/C++ ได้
    13.อนุญาตให้โปรแกรมเมอร์สร้าง Dynamic Link Libray (DLL) เพื่อใช้ร่วมกับ Python
    14.มีมอดูลสนับสนุนเกี่ยวกับเน็ตเวิร์ก โปรเซส เธรด regular, expression, xml, GUI และอื่นๆ
    15ประกอบด้วยมอดูลสำหรับสร้าง Internet Script และติดต่อกับอินเทอร์เน็ตผ่าน Sockets, และทำหน้าที่เป็น CGI Script ตรอดจนใข้งานคำสั่ง FTP , Glopher, XML และอื่นๆอีกมาก
    16.สามารถประมาลผมทางด้านวิยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    17.มีฟังก์ชันสนับสนุนฐานข้อมูล เช่น MySQL, Sybase, Oracle , Informix, ODBC และอื่นๆ
    18.มีไลบรารีสนับสนุนด้านการสร้างภาพกราฟฟิก เช่น ทำภาพเบลอ หรือภาพชัด หรือเขียนข้อความบนภาพ ตลอดจนบันถึกไฟล์ในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ
    19.มีไลบรารีสนับสนุนด้านปัญยาประดิษฐ์
    20.มีไลบรารีสำหรับสร้างเอกสาร PDF โดยไม่ต้องติดตั้ง Acrobat Writer
    21.มีไลบรารีสำหรับสร้าง Shockwaves Flash (SWF) โดยไม่ต้องติดตั้ง Macromedia Flash



ฝุ่น PM 2.5



ฝุ่น PM 2.5


    ฝุ่น PM 2.5 คือ
           
           ฝุ่นละออง PM 2.5 (particle matter smaller than 2.5 micron) คือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็ก    มากๆ ตามองไม่เห็น คือเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (ไมโครเมตร) หรือเล็กกว่า 3% ของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผม เเละ สาเหตุหลักๆ คือ จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และจากการก่อสร้าง 





   
             ปัญหาของฝุ่น PM 2.5
  •    เป็นมลพิษทางอากาศ
  •    ทำให้เกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคทางสมอง
  •    มีผลต่อระดับสติปัญญาของเด็กอีกตลอดชีวิต
        






        ระดับฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ
       
       ในช่วงเดือนมกรา-กุมภานี้ มีระดับสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
 (50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร)ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ
ตามริมถนนใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น และมีการก่อสร้างอยู่ 
เช่น ถนนพระราม 4 ถนนลาดพร้าว ถนนพญาไท ถนนอินทรพิทักษ์





       กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่ กทม. อากาศเย็น อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียสความชื้น 92% อากาศนิ่ง ลมสงบ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ฝุ่นละอองในบรรยากาศไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ส่วนในช่วงวันที่ 18-21 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ซึ่งมีโอกาสช่วยเจือจางปริมาณฝุ่นละอองในบรรยากาศได้ในช่วงสุดสัปดาห์




             วิธีการเเก้ปัญหาฝุ่น PM2.5
    

    1. ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

   2. ดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถ
    3. ตรวจสอบสภาพรถ

    4. เจอรถควันดำให้รีบแจ้ง     

    5. หยุดการเผาในที่โล่ง

    6. งดสูบบุหรี่

     7. หลีกเลี่ยงการจุดธูป
    8. เลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาถ่าน

    9. ปลูกต้นไม้




                 หน้ากากอนามัยที่จะป้องกันฝุ่น N95 ได้นั้น ก็ต้องมีความละเอียดของเส้นใยสูงพอที่จะกรองฝุ่นเล็กขนาด 2.5 ไมครอนได้

























































วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

TECHNOLOGY 4.0



TECHNOLOGY




     เทคโนโลยี (Technology) คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่ง ขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น
      การนำเทคโนโลยีมาใช้กับงานในสาขาใดสาขาหนึ่งนั้นเทคโนโลยี มีความสำคัญ 3 ประการ คือ

1. ประสิทธิภาพ (Efficiency) เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานบรรลุผลตามเป้าหมายได้ เที่ยงตรงและรวดเร็ว

 2. ประสิทธิผล (Productivity) เกิดผลผลิตเต็มที่ ได้ประสิทธิผลสูงสุด

3. ประหยัด (Economy) ประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน ลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก

ความสำคัญของเทคโนโลยี


          1.เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์

          2.เป็นปัจจัยหลักที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา

          3.เป็นเรื่องราวของมนุษย์ และธรรมชาติ



ประโยชน์ของเทคโนโลยี

     1. ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ แถมยังช่วยพัฒนาระบบอารายธรรมโดยทางอ้อมอีกด้วย เรื่องราวจากการเริ่มต้นเทคโนโลยี ยาวนานจนบัดนี้ทำให้มนุษย์เราแทบไม่สามารถแยกจากเทคโนโลยีไปได้แล้ว
    2. ช่วยให้มนุษย์มีความสะดวกสบายขึ้น
    3. ช่วยให้เราทันสมัย
    4. ช่วยประหยัดเวลา
    5. ช่วยในการทำงาน





              วิวัฒนาการเทคโนโลยี (Evolution of Technolgy)





        เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเมื่อเวลาผ่านไปขั้นตอนการเปลี่ยนนแปลงขึ้นอยู่กับกระบวนการทางวิวัฒนาการ (Evolution) ของระบบหรือเครื่องมือนั้นๆ ดังนั้นคำว่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยี (Evolution of Technology) จึงหมายถึง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบหรือเครื่องมือที่เกิดขึ้นอย่างซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับอย่างต่อเนื่องอันมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่างๆ






    Digital 1.0 เปิดโลกอินเตอร์เน็ต
         
       ยุคนี้เป็นยุคเริ่มต้นของ “Internet” เป็นช่วงเวลาที่กิจกรรมและการดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนจากออฟไลน์ (offline) มาเป็นออนไลน์(online) มากขึ้น เช่น การส่งจดหมายทางไปรษณีย์ก็เปลี่ยนมาเป็นการส่งอีเมล์ E-mail และอีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การถือกำเนิดของเว็บไซต์ Website ที่ทำให้เราเข้าถึงทุกอย่างได้ง่ายขึ้นและทั่วถึง การอัพเดตรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบครั้งใหญ่และเป็นวงกว้าง การดำเนินกิจกรรมสะดวกและรวดเร็ว เริ่มมีกิจกรรมเชิงพาณิชย์และโฆษณาผ่านเครื่องมือออนไลน์เสมือนกับมีหน้าร้านที่ทุกคนบนโลกจะเห็นเราได้ง่ายขึ้น


เพิ่มคำอธิบายภาพ


เทคโนโลยีที่ล้าสมัย

  • เครื่องวิทยุ AM /FN
  • สายเเจ็คเสียง 3.5mm
  • ตลับเกมคลาสสิก
  • โทรทัศน์ CRT
  • กล้อง Digital
  • เครื่อง Fax 
  • โทรศัพท์บ้าน
  • นาฬิกาข้อมือ
  • เเผ่น CD 
















วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561

final


เทคนิคการสอบ


 9 ข้อ "ต้องทำ" ก่อนเข้าห้องสอบ 


1. เครื่องดื่มบำรุงสมองต่างๆ2. ไหว้พระ ทำสมาธิ                                                              3. เคี้ยวหมากฝรั่ง ลูกอม        4. เช็คอุปกรณ์เครื่องเขียน           5. ทบทวนชอตโน๊ต          6. จดสูตร / เตรียมคำตอบ        7. เช็คกระดาษคำถาม / คำตอบ / ข้อสอบ          8. ตรวจสอบชื่อ/ เลขประจำตัว / ชั้น / เลขที่ / รหัสวิชา           9. วางแผนเวลา  

รายวิชาที่เตรียมสอบรังสีเทคนิค

ฟิสิกส์
คณิตศาสตร์เพิ่มเติม

หลักการเข้าเรียน (รังสีเทคนิค)
 







         ปี1 จะได้เรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานทั่วไปเหมือนตอนมัธยม อย่างเช่น เคมี, ฟิสิกส์, ชีววิทยา, แคลคูลัส รวมถึงวิชาปฏิบัติการฟิสิกส์การแพทย์การแนะนำวิชาชีพทางรังสีเทคนิค, เทคโนโลยีสารสนเทศทางรังสีวิทยา และยังได้ศึกษาเครื่องมือทางรังสีวิทยา ตั้งแต่ในปี 1อีกด้วย ในปีที่ 2 จะได้เรียนพื้นฐานอิเล็กทรอนิกส์ทางรังสีวิทยา, ฟิสิกส์รังสี, ชีวเคมีเพื่อวิทยาศาสตร์การแพทย์, ปฏิบัติการชีวเคมีวิทยาศาสตร์การแพทย์, สถิติสำหรับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ, กายวิภาคศาสตร์, พยาธิวิทยา, สรีรวิทยา
 ส่วนปี 3 และปี 4 นั้น จะได้เรียนเข้มข้นขึ้นในสาขาวิชาชีพ ในปี 3 มีรายวิชาการประมวลผลภาพดิจิทัลทางการแพทย์, การดูแลผู้ป่วยในงานรังสีวิทยา, การป้องกันอันตรายจากรังสี, การจัดท่าและรังสีกายวิภาคพื้นฐาน , การสร้างภาพทางรังสี, เทคนิคการให้ปริมาณรังสี, กฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพสำหรับนักรังสีเทคนิค, รังสีพยาธิวิทยา, รังสีชีววิทยา,  เครื่องมือทางรังสีวิทยา, ภาพรังสีวินิจฉัยขั้นสูงทางซีทีและเอ็มอาร์ไอ, รังสีคณิตทางรังสีวินิจฉัย, การบริหารจัดการงานทางรังสีวิทยา, เทคนิครังสีวินิจฉัยพิเศษ, วิธีวิทยาการวิจัยทางรังสีเทคนิค จะเห็นได้ว่าปี 3 นั้นเป็นปีที่เรียนหนักมาก ถือว่าเป็นบททดสอบว่าจะได้เป็นนักรังสีที่มีคุณภาพ 
และในปี 4 จะเริ่มเรียนน้อยลงซึ่งมีวิชารังสีคณิต, รังสีรักษาคลินิก, เทคนิครังสีรักษา, อุปกรณ์เวชศาสตร์นิวเคลียร์, เทคนิคเวชศาสตร์นิวเคลียร์ นอกจากจะได้เรียนวิชาเหล่านี้แล้วน้องๆ ก็ยังจะต้องฝึกงานและทำวิจัยทางรังสีเทคนิค

จบมาทำงานอะไร
1. นักรังสีเทคนิค
2. นักวิชาการ
3. นักวิจัย
4. ผู้แทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์
5. ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาในสถานบริการสุขภาพทุกระดับ














สมัครเรียน
ระบบรับตรง (มีนาคม)
- กำลังศึกษาชั้นม.6
- มีผลการเรียนรวมเฉลี่ย (GPAX) ไม่ต่ำกว่า 2.75
- มีผลคะแนนการสอบวิชา GAT85 (ความถนัดทั่วไป)/PAT1 (คณิตศาสตร์)/PAT2(วิทยาศาสตร์)
- ผ่านการสอบสัมภาษณ์ของทางมหาวิทยาลัย

แอดมิชชัน
- GPAX  20%
- O-NET 30%
- GAT    20%
- PAT2(วิทยาศาสตร์) 30%

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ

วุฒิการศึกษา : ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขารังสีเทคนิค และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพรังสีเทคนิค จากสภาวิชาชีพ
ประสบการณ์ : มีประสบการณ์ในการทำงาน ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป
ความสามารถประจำตำแหน่ง :
* ความรู้ความสามารถทางรังสีวินิจฉัย * การบริหารขั้นพื้นฐาน
* การประเมินวินิจฉัยทางรังสี * การติดต่อสื่อสาร
* เทคนิคการปฏิบัติการรังสีเทคนิค * การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ
* ทักษะการทำงานร่วมกับแพทย์ * จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ
* ความคิดสร้างสรรค์ * นวัตกรรมและการวินิจฉัยทางรังสี
คุณสมบัติอื่นๆ : สามารถทำงานเป็นกะได้ ใช้เครื่องพิมพ์ดีด และคอมพิวเตอร์ได้

 



อ้างอิง : http://www.unigang.com/Article/661