วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

อาเซียน



                   

                           สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
                     (Association of South East AsianNations)
 




                                บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)









  1.       เมืองหลวง : บันดาร์ เสรี เบกาวัน
  2.       ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษและจีน 
  3.       ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 66%, จีน11%,อื่นๆ 23%
  4.       นับถือศาสนา : อิสลาม 67%, พุธ 13%, คริสต์ 10%
  5.       ระบบการปกครอง : ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์


                                               




                                               2.กัมพูชา (Cambodia)








  1. เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ
  2. ภาษา : ภาษาเขมร เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เวียดนามและจีน
  3. ประชากร : ประกอบด้วย ชาวเขมร 94%, จีน 4%,อื่นๆ 2%
  4. นับถือศาสนา : พุทธ(เถรวาท) เป็นหลัก
  5. ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ







                                                 3. อินโดนีเซีย (Indonesia)








  1. เมืองหลวง : จาการ์ตา
  2. ภาษา : ภาษาอินโดนีเซีย เป็นภาษาราชการ
  3. ประชากร : ประกอบด้วย ชนพื้นเมืองหลายกลุ่ม มีภาษามากกว่า 583 ภาษา ร้อยละ 61 อาศัยอยู่บนเกาะชวา
  4. นับถือศาสนา : อิสลาม 87%, คริสต์ 10%
  5. ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยที่มีประธานาธิปดีเป็นประมุข และหัวหน้าฝ่ายบริหาร








 4. ลาว (Laos)




  1. เมืองหลวง : นครหลวงเวียงจันทร์
  2. ภาษา : ภาษาลาว เป็นภาษาราชการ
  3. ประชากร : ประกอบด้วย ชาวลาวลุ่ม 68%, ลาวเทิง 22%, ลาวสูง 9% รวมประมาณ 68 ชนเผ่า
  4. นับถือศาสนา : 75% นับถือพุทธ, นับถือผี 16%
  5. ระบบการปกครอง : สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คำว่า ระบบประชาธิปไตยประชาชน)






    5. มาเลเซีย (Malaysia)




  1. เมืองหลวง : กรุงกัวลาลัมเปอร์
  2. ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษและจีน
  3. ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 40%, จีน33%, อินเดีย 10%, ชนพื้นเมืองเกาะบอร์เนียว 10%
  4. นับถือศาสนา : อิสลาม 60%, พุธ 19%, คริสต์ 11%
  5. ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา



                                                      6. พม่า (Myanmar)




  1. เมืองหลวง : เนปีดอ (Naypyidaw)
  2. ภาษา : ภาษาพม่า เป็นภาษาราชการ
  3. ประชากร : ประกอบด้วยเผ่าพันธุ์ 135 มี 8 เชื้อชาติหลักๆ 8 กลุ่ม คือ พม่า 68%, ไทยใหญ่ 8%, กระเหรี่ยง 7%, ยะไข่ 4% จีน 3% มอญ 2% อินเดีย 2%
  4. นับถือศาสนา : นับถือพุทธ 90%, คริสต์ 5% อิสลาม 3.8%
  5. ระบบการปกครอง : เผด็จการทางทหาร ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ






                                          

                                              7. ฟิลิปปินส์ (Philippines)




  1. เมืองหลวง : กรุงมะนิลา
  2. ภาษา : ภาษาฟิลิปิโน และภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็น สเปน, จีนฮกเกี้ยน, จีนแต้จิ๋ว ฟิลิปปินส์ มีภาษาประจำชาติคือ ภาษาตากาล็อก
  3. ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 40%, จีน33%, อินเดีย 10%, ชนพื้นเมืองเกาะบอร์เนียว 10%
  4. นับถือศาสนา : คริสต์โรมันคาทอลิก 83% คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์, อิสลาม 5%
  5. ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบประธานาธิปดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร



                                                   8. สิงคโปร์ (Singapore)



  1. เมืองหลวง : สิงคโปร์
  2. ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาคือจีนกลาง ส่งเสริมให้พูดได้ 2 ภาษาคือ จีนกลาง และให้ใช้อังกฤษ เพื่อติดต่องานและชีวิตประจำวัน
  3. ประชากร : ประกอบด้วยชาวจีน 76.5%, มาเลย์ 13.8%, อินเดีย 8.1%
  4. นับถือศาสนา : พุทธ 42.5%, อิสลาม 14.9%, คริสต์ 14.5%, ฮินดู 4%, ไม่นับถือศาสนา 25%
  5. ระบบการปกครอง : สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว) โดยมีประธานาธิปดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

                                           

                                                 9. เวียดนาม (Vietnam)




  1. เมืองหลวง : กรุงฮานอย
  2. ภาษา : ภาษาเวียดนาม เป็นภาษาราชการ
  3. ประชากร : ประกอบด้วยชาวเวียด 80%, เขมร 10%
  4. นับถือศาสนา : พุทธนิกายมหายาน 70%, คริสต์ 15%
  5. ระบบการปกครอง : ระบบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคการเมืองเดียว





                                     

                                        

                                              10. ประเทศไทย (Thailand)





  1. เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร
  2. ภาษา : ภาษาไทย เป็นภาษาราชการ
  3. ประชากร : ประกอบด้วยชาวไทยเป็นส่วนใหญ่
  4. นับถือศาสนา : พุทธนิกายเถรวาท 95%, อิสลาม 4%
  5. ระบบการปกครอง : ระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข














   อ้างอิง :     https://www.sanook.com/money/69225/


วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

กระบวนการออกเเบบเชิงวิศวกรรม


ชุดอาหารสำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์

1. ขั้นระบุปัญหา

   การป่วยของผู้ป่วยอัลไซเมอร์
      
       โรคที่เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมชนิดที่พบได้มากที่สุด ส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมความคิด ความทรงจำ และการใช้ภาษา อาการของโรคจะเริ่มจากการหลงลืมที่ไม่รุนแรงจนแย่ลงเรื่อย ๆ ถึงขั้นไม่สามารถสนทนาโต้ตอบหรือมีการตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างร้ายแรง


2. ขั้นรวบรวมข้อมูลเเละเเนวคิดที่เกื่ยวข้องกับปํญหา

     
     ผู้ป่วยส่วนใหญ่เหล่านั้นรัประทานอาหารได้อย่างลำบาก เพราะอุปกรณ์จานชามช้อนส้อม รวมไปถึงแก้วน้ำไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อผู้ป่วยเหล่านี้ที่ไม่สามารถจับช้อนถือถ้วยรับประทานอาหารได้เหมือนคนปกติ ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการออกแบบอุปกรณ์การรับประทานอาหารเพื่อให้คนกลุ่มนี้มีความสุขกับอาหารมากที่สุด เช่น เดียวกับ ชา เหยา (Sha Yao) ที่ต้องการช่วยคุณย่าและผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์

3.  ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 


      การทำชุดอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โดยคุณสมบัติหลัก ๆ คือ สีคอนทราสต์สูงช่วยให้ผู้ใช้แยกแยะอาหารจากบนโต๊ะอาหารและกระตุ้นความกระหายช้อนโค้งพิเศษตรงกับรูปทรงของชามเพื่อให้นุ่มนวลและเคลื่อนได้ง่ายขึ้นเอียงด้านล่างและห้องใต้ดินเก็บอาหารที่มุมเพื่อให้ง่ายต่อการตัก การออกแบบป้องกันทิปช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากถ้วยและแก้ว










การออกแบบการใช้งานบนโต๊ะอาหารที่ดำเนินการโดยช่วยให้ผู้ใช้สามารถแยกแยะอาหารได้ดีขึ้นโดยใช้สีสันสดใส จากการศึกษาพบว่าสีช่วยให้บุคคลที่มีภาวะสมองเสื่อมลดการมองเห็นลงและกินอาหารเพิ่มขึ้น 24% และของเหลวมากกว่า 84%


4.วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา


  นำชุดจานชามสำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มาประดิษฐ์เเละทดลองใช้กับผู้ที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่  อาจจะเริ่มจากบุคคลรอบข้างเเล้วค่อยๆขยายต่อไปเพื่อความสะดวกในการดำรงชีวิตของผู้ป่วยมากขึ้น




5.ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน

     การทดลองประสบความสำเร็จเนื่องจากทำให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้อย่างสะดวกเเละทำให้ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปอีกทั้งยังทำให้ผู้ดูเเลไม่ต้องเหนื่อย




        

6.นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน

       ทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่ดีขึ้นมีกำลังในการรับประทานอาหารมากขึ้นเเละยังทำให้ผู้อื่นที่อยู่รอบข้างมีกำลังใจในการอยู่ดุเเลเเละทำให้การมีชีวิจอยู่นั้นราบเรีบยมากยิ่งขี้น